ค้านนโยบายไม่สนับสนุนเด็กนักเรียนไม่มีเลข 13 หลักเข้าระบบการศึกษา

เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านประชากรข้ามชาติออกหนังสือค้านนโยบายไม่สนับสนุนเด็กที่ไม่มีเลข 13 หลักเข้าเรียนในโรงเรียนซึ่งทำให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษา ขณะที่นักกฎหมายชี้ขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศและมติคณะรัฐมนตรี

5 พ.ย. 2558 นางอธิตา ออร์เรลล์  ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านประชากรข้ามชาติ  กล่าวว่าจากกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกมีการออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยมาตรการการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายหัว พ.ศ. 2558 โดยได้มีการกำหนดนักเรียนที่จะนำมานับเพื่อขอรับเงินอุดหนุนรายหัว ต้องมีคุณสมบัติ โดยใน ข้อ ค. ระบุไว้ว่า  “เป็นนักเรียนที่มีเลขประจำตัวประชาชนที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย” ซึ่งระเบียบดังกล่าวจะทำให้เด็กนักเรียนที่มีมีเอกสารแสดงตนหรือไม่มีเลขประจำตัวประชาชนที่ออกให้โดยกระทรวงมหาดไทย จะไม่ถูกนับการขอรับเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งมีผลทำให้เกิดปัญหาโรงเรียนเอกชนสงเคราะห์ปฏิเสธที่จะรับเด็กต่างด้าวเข้าเรียน

เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ฯ ซึ่งประกอบด้วย World Education (WE) Foundation for Rural Youth (FRY) National Catholic Commission on Migration (NCCM) National Catholic Commission on Seafarers (NCCS) Foundation for Education and Development (FED)และ Labour Rights Promotion Network Foundation (LPN) จึงทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้ยกเลิกคุณสมบัติของนักเรียนที่ระบุไว้ตามข้อ 6 (3) ค. ที่ระบุว่า “เป็นนักเรียนที่มีเลขประจำตัวประชาชนที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย” ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยมาตรการการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายหัว พ.ศ. 2558 และดำเนินการจัดสรรงบรายหัวให้แก่นักเรียนทุกคนที่เรียนอยู่จริงในโรงเรียน  รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีเลขประจำตัวประชาชน

นายสุรพงษ์ กองจันทึก นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าหลักการ Education for All หรือการศึกษาเพื่อปวงชนเป็นหลักใหญ่ที่ประเทศไทยและทั่วโลกส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็กที่ไทยเข้าเป็นภาคี  และมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 ก.ค. 2548 ในการให้โอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย และให้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายรายหัวแก่สถานศึกษา การที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนออกระเบียบจำกัดสิทธิดังกล่าว นอกจากส่งผลถึงนักเรียนไม่เข้าถึงระบบการศึกษาแล้วยังทำให้โรงเรียนเอกชนไม่ได้งบประมาณในการบริหารจัดการอีกด้วย จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนและสนับสนุนให้เด็กทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษา

ที่มา : http://www.prachatai.com/journal/2015/11/62282

Fri, 11/06/2015