Deprecated: Function eregi_replace() is deprecated in /home/tobethai/domains/tobethai.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 124

Deprecated: Function eregi_replace() is deprecated in /home/tobethai/domains/tobethai.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 128

Warning: fopen(/home/tobethai/domains/tobethai.org/public_html/autopage/counter/9_3_3_2.txt) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in /home/tobethai/domains/tobethai.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 21

Warning: fputs() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/tobethai/domains/tobethai.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 29

Warning: fclose() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/tobethai/domains/tobethai.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 30
www.tobethai.org


พระราชบัญญัติสัญชาติ (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๓๕)

         
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕
เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสัญชาติจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕”

มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน"มาตรา ๗
บุคคลดังต่อไปนี้ ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
(๑)ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย
(๒)ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเว้นบุคคลตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคที่หนึ่งมีผลตั้งแต่
วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึง ปัจจุบัน
----------------------------------------------------------
ใน:ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๓ ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ หน้า ๓
หนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0322/ว.745 ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2536 เรื่อง แนว

มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗ ทวิ แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘
"มาตรา ๗ ทวิ
"ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดา หรือมารดาของผู้นั้นเป็น
(๑)ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
(๒)ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ
(๓)ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีจะพิจารณาและสั่งเฉพาะรายให้บุคคลตามวรรคหนึ่งได้สัญชาติไทยก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ให้ถือว่า ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง เว้นแต่จะมีการสั่งเป็นอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น"

มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทนมาตรา ๑๔
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าว และอาจถือสัญชาติของบิดาได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง ให้แสดงความประสงค์เข้าถือสัญชาติได้เพียงสัญชาติเดียว โดยให้แจ้งความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบรูณ์ ถ้าไม่มีการแจ้งความจำนงภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่า ผู้นั้นสละสัญชาติไทย เว้นแต่รัฐมนตรีจะสั่งเฉพาะรายเป็นอย่างอื่น มีผลตั้งแต่
วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึงวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕
----------------------------------------------------------------------
หนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0322/ว.745 ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2536 เรื่อง แนวทางการวินิจฉัยสัญชาติของบุคคลตามพระราชบัญญัติสัญชาติ ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2535
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความใน มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน"มาตรา ๑๕
นอกจากกรณีตามมาตรา ๑๔ ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นหรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง "มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึง ปัจจุบัน

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๘
เมื่อมีพฤติการณ์อันเป็นการสมควรเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์ของรัฐ รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยของผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคสอง”มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน
-----------------------------------------------------------
กฎกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2510 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5
กฎกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2510 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5
ฎ.๒๙๘๘/๒๕๓๕ เมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้ง ๗ คนเป็น
มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา ๒๑
ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าวและอาจถือสัญชาติของบิดาได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดา ถ้าได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้เสียสัญชาติไทย"มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึง ปัจจุบัน

มาตรา ๑๐ บทบัญญัติมาตรา ๗(๑) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย

มาตรา ๑๑ บทบัญญัติมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้ได้รับสัญชาติไทยตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่ง อาจได้สัญชาติไทยได้ตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
--------------------------------------------------------------
ฎ.๒๙๘๘/๒๕๓๕ เมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้ง ๗ คนเป็นบุตรของนางแฮ แซ่เหวียน คนสัญชาติไทย และนายทัน เลวัน บิดาตามข้อเท็จจริงซึ่งมีสถานะเป็นญวนอพยพ ศาลจึงชี้ว่า ในปัจจุบัน โจทก์ทั้ง ๗ คน มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕
ฎ.๒๙๐๑/๒๕๓๕ นางหง่าเกิดในประเทศไทยโดยมีบิดาและมารดาเป็นคนเข้าเมืองแบบไม่ถาวร นางหง่าได้มาอยู่กินกับนายฮึง เหงียน คนสัญชาติญวนเข้าเมืองแบบไม่ถาวร ดังนั้น บุตรทั้ง ๔ ของนางหง่า จึงเป็นบุตรของมารดาต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยและบิดาต่างด้าวเข้าเมืองแบบไม่ถาวร อันทำให้ศาลเห็นว่า ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรคที่ ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ แก้ไขใน พ.ศ.๒๕๓๕ โดยผลของมาตรา ๑๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ บุตรทั้ง ๔ คน จึงไม่มีสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายดังกล่าว และนอกจากนั้น ยังมีสถานะเป็นคนเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอีกด้วย

สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ รัฐมนตรีจะสั่งให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะรายก็ได้

มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี
[1] [2] [3] [4]

เรื่องร้องเรียนปัญหาสัญชาติ
info@tobethai.org

สนับสนุนการทำงานโดย
องค์การช่วยเหลือเด็กยากไร้ ประเทศเยอรมันนี