คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง​“ลุงพรผีบ้า” ผู้เฒ่าไร้สัญชาติแห่งเชียงของ

ข้าพเจ้าเติบโตมาจนอายุ 30 กว่าปีก็เห็นลุงพรสภาพแบบนี้แล้ว ชายชราตัวเล็กๆ เดินตามถนนถือไม้แส้เพื่อป้องกันหมา เดินทางไปมาในหมู่บ้าน ขอข้าววัดบ้านคนรู้จักหรือข้าวในงานศพ งานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่

เนื่องจากแกอยู่ตัวคนเดียวในบ้านไม้เก่าหลังเล็ก บนที่ดินของตนเองที่พ่อแม่ทิ้งตกทอดเป็นมรดก ลุงพรผีบ้าจึงเป็นที่รู้จักของคนชุมชนบ้านห้วยซ้อ ซึ่งปัจจุบันบ้านห้วยซ้อได้แยกออกเป็น 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยซ้อเหนือหมู่ 1 บ้านห้วยซ้อใต้หมู่ 2 บ้านร้องหัวฝายหมู่ 12 บ้านชัยพัฒนาหมู่16 บ้านพัฒนารุ่งเรืองหมู่ 18 และบ้านเกษตรสมบูรณ์หมู่ 19 ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ลุงพร หรือนายพร ธรรมกอง เกิด พ.ศ. 2481 อายุ 82 ปี เป็นคนพิการ สติไม่สมประกอบ ไม่มีญาติพี่น้องเนื่องจากเสียชีวิตหมดแล้วเลยต้องอยู่ตัวคนเดียว แกไม่มีเอกสารใดๆ​ ​เลย อาศัยอยู่บ้านของตนเองซึ่งไม่มีเลขที่บ้าน โดยไฟฟ้าและน้ำประปาขอต่อพ่วงจากบ้านใกล้เรือนเคียง บางครั้งก็ถูกตัดน้ำตัดไฟบ้าง แล้วแต่คนข้างบ้านจะให้ใช้

บ้านลุงพรตั้งอยู่ที่บ้านร้องหัวฝาย หมู่ที่ 12 ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย บิดาชื่อนายตา ธรรมกอง​ (เสียชีวิต) มารดานางยา ธรรมกอง​ (เสียชีวิติ) แกมีพี่น้อง 3 คน โดยลุงพร เป็นคนสุดท้อง ขณะที่พี่ชายคนแรกคือนายนึก ธรรมกอง ได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นนายนึกได้อาศัยอยู่ที่บ้านหก หมู่ 4 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และแต่งงานมีลูกหลานอยู่ที่นั่น ส่วนพี่อีกคนชื่อนางนึ่ง ธรรมกอง แต่งงานกับนายแกว ไม่ทราบนามสกุล และอาศัยอยู่ที่หมู่ 4 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย แต่นางนึ่งก็ได้เสียชีวิตแล้วเช่นกัน

“พ่อแม่ตายหมดละ พี่น้องก็ไม่มี ลุงไม่มีเอกสารใดๆ​ เลย ที่สวนบ้านเป็นของพ่อแม่แต่เก่าแล้ว ไฟฟ้าไม่มีใช้เพราะไม่มีบ้านเลขที่ ขอต่อกับบ้านข้างๆ บ้านน้าสี น้ำประปาก็เหมือนกันขอต่อเปิ้น ไม่มีไร่ไม่มีนา แต่ก่อนก็สานตะกร้า สานสุ่มไก่ขายเป็นรายได้ ตอนนี้สุขภาพไม่ดี ไม่มีแรงไปตัดไม้ ทำงานหนักไม่ได้ ข้าวสุกก็ขอบ้านแม่ติ๊บ กับข้าวบางวันก็ไปเอาที่วัดมากิน เขาเอาหื้อผ้อง ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากทางการเพราะไม่มีเอกสาร ลุงบ่อมีตังค์สักบาท บ่อหู้จะไปหารายได้จะใด”  ลุงพร เล่าถึงชีวิตที่ประสบความลำบาก

ข้าพเจ้าได้สอบถามข้อมูลของลุงพรจากลุงค่าย ยอดประชา อายุ 85 ปี คนในหมู่บ้านเดียวกัน โดยลุงค่ายเล่าว่า​ พ่อแม่ของลุงพรคือนายตา นางยา ธรรมกอง เป็นคนเชียงฮ่อน เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี ซึ่งสมัยก่อนขึ้นกับเมืองน่าน โดยได้หนีสงครามในลาว มาพักที่บ้านแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา แล้วจึงย้ายเข้ามาอยู่บ้านห้วยซ้อ

“พรมันหนุ่มกว่าพ่ออุ้ย 3 ปี มันเป็นคนไม่สมประกอบ ร่างกายแคระแกนตัวน้อย สติไม่ค่อยดี ตอนอพยพมาในครั้งนั้น เนื่องจากอุ้ยใจ ขันขยัน แกเป็นคนบ้านซ้อได้หนีจากบ้านซ้อไปอยู่ที่เชียงฮ่อน เมืองหงสา แล้วได้แต่งงานกับแม่บัวคนเชียงฮ่อน อยู่นั้นได้ 6-7 ปี เกิดสงครามในลาว หลังจากนั้นจึงได้พากันหนีมาอยู่บ้านห้วยซ้อ ตอนอพยพหนีสงครามมาอยู่ 7 ครอบครัว” พ่ออุ้ยยืนยันความมีตัวตนของผู้เฒ่าพรซึ่งอยู่ในประเทศไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ปี แม้แกจะไม่มีบัตรประชาชนคนไทย เหมือนเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน

“ตอนที่พวกเราย้ายเข้ามาอยู่เมื่อปี​ พ.ศ. 2498 อุ้ยอายุได้ 20 ปี ตอนนี้ผ่านมา 65 ปีแล้ว พรผีบ้า เขาเรียกมันแบบนี้เพราะเป็นคนไม่สมประกอบ เรามีญาติเดียวกัน เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน อพยพมาพร้อมเดียวกัน ตอนมาอยู่บ้านห้วยซ้อได้สักพัก ทางการได้ให้ไปทำบัตรใบ อยู่ในช่วงที่นายจันทร์ ไชยชนะ เป็นกำนันตำบลห้วยซ้อ พวกเราที่อพยพกันเข้ามาในครั้งนั้น ได้สัญชาติไทยทั้งหมด มีเพียงพ่ออุ้ยตกหล่นและพึ่งมาได้เมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ส่วนพร มันเป็นผีบ้า ญาติพี่น้องกะบ่อสนใจ ไม่มีใครพาไปทำเอกสารทำให้เป็นคนไม่มีเอกสารใดๆ” อุ้ยค่ายรู้สึกเห็นใจใจชะตากรรมของอุ้ยพร

ขณะที่พ่อหลวงวรรณลพ ปันลำ ผู้ใหญ่บ้านร้องหัวฝาย หมู่ 12 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บอกว่า “พ่อหลวงเคยปรึกษาหลายคน แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเหลือแกแบบใด เพราะไม่มีเอกสารใดๆ เลย เมื่อทางการมีการแจกผ้าห่ม หรือสวัสดิการต่างๆ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้เพราะไม่มีเอกสารหลักฐานการมีตัวตน พ่อหลวงเกิดมาก็เห็นแกแล้ว แกเป็นคนดั้งเดิมของห้วยซ้อ ก็พร้อมที่จะทำประชามติคนชุมชนในบ้านห้วยซ้อทั้ง 6 หมู่บ้าน ด้วยเพราะแกเป็นคนพิการสติไม่สมประกอบ แต่ก่อนญาติพี่น้องตอนที่ยังมีชีวิตเขาไม่สนใจที่จะพาแกไปทำแต่ตอนนี้ญาติพี่น้องแกตายหมดแล้ว ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สงสารแก

กรณีนายพร ธรรมกอง ผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่ถูกละเลย จึงเป็นกรณีศึกษาที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปศึกษาและหาช่องทางในการให้สิทธิต่อไป ทั้งที่แกอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมามากกว่าหกสิบปี แต่กลับเป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตนบนแผ่นดินผืนนี้

“ลุงพรผีบ้า” ที่คนห้วยซ้อทั้ง 6 ชุมชนสงสารและรอคอยความหวังจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ และชาวบ้านทั้ง 6 ชุมชนพร้อมทำประชามติรับรองแกว่าเป็นคนดั้งเดิมของชุมชนจริงๆ

———————————

แหล่งข่าว https://transbordernews.in.th/home/?p=24414

Copyright © 2018. All rights reserved.