News

ให้ออก 5 ตำรวจแม่อายรีด 3 แสน สาวต่างด้าว-ไม่พกบัตรชมพู

ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ลงดาบเชือด 5 ตำรวจ สภ.แม่อาย รีดเงินสาวไร้สัญชาติเมียเจ้าของร้านอาหาร 3 แสนบาท สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมเร่งดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามกรอบเวลาที่ ตร.กำหนด เชื่อไม่นานความจริงจะปรากฏ ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ลั่นใครผิดฟันไม่เลี้ยง กรณีนายฐานะพล เสาวคนธ์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พา น.ส.พิมพ์ชนก ปทุม อายุ 22 ปี ภรรยา เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 5 นาย ที่จับกุม น.ส.พิมพ์ชนก ข้อหาไม่พกบัตรสีชมพูของคนไม่มีสัญชาติ ก่อนจะข่มขู่รีดเงิน 3 แสนบาทเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ความคืบหน้าตำรวจฉาวทั้ง 5 นายถูกคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว เมื่อวันที่ 12 มี.ค. พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เผยว่า ได้มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 153/2563 ลงวันที่ 11 […]

ครม.เห็นชอบเก็บตกบุคคลไร้สัญชาติไทย24,079ราย เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล

ครม.เห็นชอบเก็บตกบุคคลไร้สัญชาติไทยแต่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์อีก24,079ราย เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล ให้สธ.ทำแผนตั้งงบฯ61.8ล้าน อุ้มหัวละ2,567บาท เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอการให้สิทธิ์หรือการคืนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข และให้สิทธิเพิ่มเติม กับบุคลที่มีปัญหาสถานะที่ไม่ได้สัญชาติไทย แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ โดยสาระสำคัญเป็นการอนุมัติเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข ตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามสมควรที่จะได้รับการดูแลการรักษาพยาบาลจากรัฐ ซึ่งครั้งนี้มีการอนุมัติสิทธิ์ให้ทั้งสิ้น 24,079 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ตกหล่นจากมติ ครม.เดิมที่เคยอนุมัติเมื่อปี 2553 และ 2558 เป็นกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2499 – 2527 ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ มีปัญหาสุขภาพ และมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก โดยกลุ่มคนจำนวนดังกล่าวพบว่ามีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 3 กับ 4 จึงเห็นสมควรให้ สธ.จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่ง จำนวน 61,822,000 ล้านบาท โดยกำหนดกรอบวงเงินตามจำนวนผู้มีสิทธิ์ในอัตรางบฯ เหมาจ่ายรายหัวเท่ากับหลักสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติตามปีงบฯ 63 คือ จำนวนหัวละ 2,567 บาทต่อปีต่อราย จากนี้ทาง สธ.จะไปดำเนินการทำแผน […]

ยื่นหนังสือขอ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับเด็กนักเรียนไร้รัฐในสถานศึกษา

ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา สำนักงานฝาง และเครือข่าย เข้าพบนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) . เพื่อยื่นหนังสือและพูดคุยแนวทางพร้อมข้อเสนอในการแก้ปัญหา การให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข กับเด็กนักเรียนไร้รัฐ ในสถานศึกษา (เด็กติดG)ที่กระทรวงศึกษาธิการคัดกรองแล้วทั่วประเทศ ซึ่งในปีการศึกษา 2562 มีจำนวนนักเรียน G ทั่วประเทศทั้งหมด 78,897 คน

‘บิ๊กป๊อก’ ลั่นห้ามเรียกรับผลประโยชน์ให้บัตรปชช.ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องร้องเพลงชาติไทย

มท.ปรับปรุงแนวทางให้บัตรประชาชนผู้เฒ่าไร้สัญชาติ-กลุ่มชาติพันธุ์ “บิ๊กป๊อก”กำชับห้ามเรียกรับผลประโยชน์ “ครูแดง” ชื่นชม เผยหลักเกณฑ์ใหม่เปิดช่องให้ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องทดสอบร้องเพลงชาติไทย 20 ก.พ.63 – ฝ่ายประชาสัมพันธ์กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เผยแพร่ข่าวการปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือคนเฒ่าไร้สัญชาติ โดยอ้างถึงคำสัมภาษณ์ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า มท.ได้ดำเนินการปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แล้ว ทั้งนี้เพื่อแก้ไขอุปสรรคในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิโดยได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎร์และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมทั้งได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ให้สามารถขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้เช่นเดียวกับคนต่างด้าวอื่นทั่วไป โดยปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้แปลงสัญชาติ ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ คุณสมบัติเรื่องการมีความประพฤติดี ตามมาตรา 10 วรรคสอง คุณสมบัติเรื่องการมีอาชีพเป็นหลักฐาน ตามมาตรา 10 วรรคสาม คุณสมบัติเรื่องการมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรต่อเนื่องจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีตามมาตรา 10 วรรคสี่ และคุณสมบัติเรื่องการมีความรู้ภาษาไทย มาตรา 10 วรรคห้า พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธ์รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ให้เร่งดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสัญชาติให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายและนโยบายรัฐ […]

กมธ. ความมั่นคงรัฐฯ มุ่งให้สถานะบุคคล สัญชาติ 13,000 คนภายในปี 63

15 ม.ค. 63  พล.ท.พงศกร รอดชมภู ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ แถลงข่าวผลการประชุม กมธ. เพื่อพิจารณาเรื่องสถานการณ์ของบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยเชิญผู้แทนกรมการปกครองเข้าร่วมประชุม ซึ่งกรณีกลุ่มบุคคลบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ มีถิ่นอาศัยในประเทศไทย แต่ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมายส่งผลให้กลุ่มดังกล่าวมีสถานะบุคคลไม่ชัดเจน ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์ร่วมกับมหาวิทยาลัย กลุ่ม NGO และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ สำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย และการแก้ไขหรือยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมและการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ให้พัฒนาเป็นแรงงานที่สามารถเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยได้โดยการควบคุมของรัฐ ขณะเดียวกัน กมธ. จะดำเนินการเร่งรัด ผลักดันให้เกิดกระบวนการแก้ปัญหากลุ่มบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย เมื่อมีหลักฐานครบถ้วนได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารในการผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กมธ. จะเสนอโครงการดังกล่าวในช่วงเดือนเมษายน 2563 พร้อมกำหนดเป้าหมาย ภายในสิ้นปีนี้ (2563) จะดำเนินให้สถานะบุคคลและสัญชาติผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติให้ได้อย่างน้อย 13,000 คน ที่มา: ทีมข่าววิทยุรัฐสภา  https://prachatai.com/journal/2020/01/85935

วอนรัฐให้ ‘ของขวัญวันเด็ก’ กลุ่มเด็ก G ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน

องค์กรเครือข่ายด้านชาติพันธุ์และสถานะบุคคลฯ​ วอนรัฐให้ “ของขวัญวันเด็ก” กับกลุ่มเด็ก G นร.ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข ลดเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต สกัดโรคไร้พรมแดน เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะเจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่กิจกรรมนับเราด้วยคน เรียนรู้ด้วยใจก้าวไปพร้อมกัน ที่จ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย โดยร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. นายวิวัฒน์ ตามี่ มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ (พชช.) กล่าวว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2563 มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ องค์การแพลน อินเตอรเนชั่นแนล อิงค์ ประเทศไทย มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิแอ๊ดดร้าไทยแลนด์ มูลนิธิภิวัฒน์สาธารณสุขไทย เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ เครือข่ายโรงเรียนชายแดน ได้ร่วมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการเพิ่มกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิเข้าสู่กองทุนให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (เด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร […]

ศอ.บต.แก้ปัญหา “คนไร้สัญชาติ” ชายแดนใต้

ปชช.ไร้สัญชาติ จชต. กว่า 300 คน เข้ารับการตรวจ DNA เพื่อแสดงการมีตัวตนในทะเบียนราษฎร์ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีการจัดกิจกรรมตรวจสารพันธุกรรม DNA บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์จังหวัดชายแดนภาคใต้  ในโครงการตรวจสารพันธุกรรม DNA และอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาคนด้อยโอกาสและขาดโอกาสทางสังคม และเพื่อให้การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย ให้มีบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมความสัมพันธ์ทางสายโลหิต โดยมีพลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธาน  ซึ่งมีประชาชนเข้ารับบริการกว่า 300 คน พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต กล่าวว่า นโยบายหรือโครงการใดก็ตามที่รัฐบาลและศอ.บต. ดำเนินการขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาที่ทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ซึ่งไม่ว่าจะปัญหาเรื่องใดก็ตามเราก็สามารถแก้ไขได้ ยกเว้นปัญหาการไม่มีตัวตน ไม่มีบัตร ไม่มีสิ่งใดที่แสดงว่า เป็นพลเมืองของชาติใดในโลกของพี่น้อง จึงไม่มีสิทธิในการเข้ารับบริการ และสิทธิประโยชน์ใดๆที่พึงควรได้รับ โครงการตรวจสารพันธุกรรม DNA จึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อกำเนิดชีวิตใหม่แก่พี่น้องที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตั้งแต่ปี 2560 […]

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติทั่วปท.เฮ! ใช้พยานที่น่าเชื่อถือ-ทำประชาคมหมู่บ้านยืนยันเกิดในไทยแทนได้

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติทั่วประเทศเฮ กรมการปกครองส่งหนังสือเวียนถึงผวจ.ย้ำระเบียบแก้ปัญหา ระบุหากหาหลักฐานเดิมไม่ได้ ใช้พยานที่น่าเชื่อถือ-ทำประชาคมหมู่บ้านแทนได้ นักกฎหมายชี้สร้างประสิทธิภาพและความทันสมัยให้ระเบียบ43 แนะสั่งการเพิ่มอีก 2 กรณี วันที่17 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้กรมการปกครองได้ส่งหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องแนวทางการปฏิบัติในการพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์อาข่าและชนเผ่าอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ว่าได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 50 ปี และได้ยื่นเอกสารขอแปลงสัญชาติแต่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งในข้อเท็จจริงบางรายสามารถแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติได้ด้วยระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พศ. 2543 (หรือ ระเบียบ 43) ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ขอให้จังหวัดแจ้งอำเภอ ปฏิบัติดังนี้ 1.การลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 ผู้ยื่นคำร้องต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นชาวเขา 9 เผ่า ได้แก่ กะเหรี่ยง ม้งหรือแม้ว เมี่ยนหรือเย้า/อิวเมี่ยน อาข่าหรืออีก้อ ลาหู่หรือมูเซอ ลัวะหรือละเวือะ/ละว้า/ถิ่น/มัล/ปรัย /ขมุ และมลาบรีหรือคนตองเหลือง หรือ (2) เป็นบุคคลบนพื้นที่สูงที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติ (3) มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ […]

“หม่อง ทองดี” ขอโอกาส 2 เด็กไร้สัญชาติ ไปญี่ปุ่นทำตามฝัน

นายหม่อง ทองดี อดีตเยาวชนไร้สัญชาติ เจ้าของแชมป์เครื่องบินกระดาษพับ ในฐานะผู้จัดทำโครงการโรงเรียนสีขาว เพื่อพี่น้องคนไร้สัญชาติ ขอโอกาสให้กับเยาวชน 2 คน จาก จ.เชียงใหม่ สามารถคว้ารางวัลความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ดีเด่น สิ่งประดิษฐ์รักษ์โลก โครงการพลังเล็กเปลี่ยนโลกปี 7 อสมท. และ ปตท.จัดขึ้น โดยรางวัลปีนี้ จะพาเด็ก-เยาวชนเดินทางไปศึกษาดูงาน ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เพราะมีเด็กถือบัตรไร้สัญชาติ ทำให้ติดปัญหาเรื่องขอเอกสารเดินทางคนต่างด้าว (Travel Document for Aliens -TD) เพื่อเดินทางออกนอกประเทศ สำหรับเยาวชนที่พบปัญหา มี 2 คนด้วยกัน คือ น.ส.คำพร ติยะ ร.ร.บ้านบ่อแก้ว อ.สะเมิง จ. เชียงใหม่ และ ด.ญ.ญาหยี แซ่ฉี่ ร.ร.บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทั้ง 2 คนจะต้องเดินทางวันที่ 5 – 9 ต.ค.2562 นี้ […]

นิติม.ราชภัฏสุราษฎร์ลงพื้นที่ช่วยประชา พบคนยากจนไม่มีบัตรปชช.ไร้สิทธิอื้อ

วันที่ 21 ส.ค.2562  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และศูนย์ประสานภาคีเครือข่ายการพัฒนา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดทำโครงการพลเมืองอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ยากลำบากในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีการสำรวจผู้ยากลำบากแล้วพบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอยู่ในภาวะยากลำบากเพราะไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 คณะนิติศาสตร์จึงมอบหมายให้ อาจารย์และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ได้มีบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อให้เข้าถึงสิทธิของรัฐอย่างเท่าเทียมกันต่อไป ในการนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภูภณัช รัตนชัย บรรณาธิการวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เพื่อสำรวจคนไทยผู้ไร้สัญชาติในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็นการช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหาดังกล่าว ให้ได้มีโอกาสเข้าถึงการบริการและสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกันเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยอื่น ๆ ทำให้ความสิ้นหวัง ความโดดเดี่ยวที่เคยเกิดขึ้นในจิตใจ เป็นเสมือนคนที่ไร้ที่พึ่งพิง ได้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ถ้าหากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญ มีความจริงใจ จริงจังที่จะให้ความช่วยเหลือตามอำนาจของกฎหมายที่มีอยู่ และหวังว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี ฝ่ายผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาย บุญคงมาก ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การที่ตนได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ นับว่าเป็นภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเช่นกันที่จะต้องมีส่วนช่วยเหลือดูแล  พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ เพื่อนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าแก่ท้องถิ่น เป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมกัน ด้านอาจารย์ทศพร จินดาวรรณ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ หนึ่งในทีมร่วมงาน มองว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ […]

1 2 3 4 41
Copyright © 2018. All rights reserved.