News

เตือนผู้ลี้ภัยนับล้านเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 20 มี.ค. อ้างการเปิดเผยของ “เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยแห่งเอเชีย-แปซิฟิก” (APRRN) ว่า ผู้ลี้ภัยหลายล้านคนซึ่งอยู่กันอย่างล่อแหลมทั่วเอเชียมีความเปราะบางสูงเป็นพิเศษที่จะติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” ซึ่งกำลังระบาดหนักทั่วโลก และการปิดพรมแดนของประเทศต่างๆ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ลี้ภัยถูกบังคับเนรเทศให้กลับถิ่นฐาน นายเทมบา ลูวิส เลขาธิการ APRRN เผยว่า ผู้ลี้ภัยและคนไร้สัญชาติที่อยู่ตามค่ายต่างๆ เป็นผู้รับเคราะห์หนักที่สุด เพราะถูกให้อยู่ในพื้นที่จำกัดที่ขาดสุขอนามัยและเข้าไม่ถึงระบบดูแลรักษาสุขภาพ จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งถ้ามีการระบาดของโควิด-19 โดยค่ายผู้ลี้ภัยใหญ่ๆ ที่น่าเป็นห่วงรวมทั้งค่ายผู้ลี้ภัยที่เมืองค็อกซ์’ส์ บาซาร์ ในบังกลาเทศ ซึ่งมีผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮีนจาจากเมียนมาอยู่กว่า 700,000 คน ส่วนค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งตามพรมแดนไทย-เมียนมา ก็มีผู้ลี้ภัยจากเมียนมาอยู่กว่า 31,000 คน ค่ายผู้ลี้ภัยทางภาคใต้อินเดีย มีผู้ลี้ภัยชาวทมิฬจากศรีลังกาอยู่กว่า 60,000 คน ส่วนผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันกว่า 2 ล้านคนก็อยู่ตามค่ายในอิหร่านและปากีสถาน ถึงแม้ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามค่ายผู้ลี้ภัย รอยเตอร์ยังรายงานว่า ขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์จากนานาชาติชุดแรกมีกำหนดเดินทางถึงเกาหลีเหนือในสัปดาห์นี้ เพื่อช่วยยับยั้งโควิด-19 โดยองค์กรบรรเทาทุกข์หลายแห่งได้รับการยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ต่อเกาหลีเหนือ แต่การควบคุมพรมแดนอย่างเข้มงวดอาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งความช่วยเหลือเข้าไป ขณะที่เกาหลีเหนือยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ ด้านอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แถลงผ่านทางโทรทัศน์ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศเนื่องในวันปีใหม่ของชาวเปอร์เซียเมื่อ 20 มี.ค. ชมเชยชาวอิหร่านที่เสียสละอย่างสูงในการต่อสู้การระบาดของโควิด-19 รวมทั้งกลุ่มแพทย์ พยาบาล ทีมงานโรงพยาบาล ผู้ช่วยและผู้จัดการหน่วยงานต่างๆ คาเมเนอีซึ่งดูสุขภาพแข็งแรงดีแม้มีข่าวว่าติดเชื้อโควิด-19 ยังชี้ว่า […]

“บิ๊กป๊อก” เผยปรับเกณฑ์ให้สัญชาติชนกลุ่มน้อย รับสิทธิเท่าเทียม ขู่ จนท.ห้ามเรียกใต้โต๊ะ

มท.1 เผยปรับปรุงแนวทางในการพิจารณาให้สัญชาติแก่ชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธ์ุ และกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติแล้วเสร็จ หวังให้ได้รับสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ กำชับ จนท. ห้ามเรียกรับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งว่ากรณีการขอสัญชาติของผู้สูงอายุไร้สัญชาติอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงแนวทางประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยกรณีผู้สูงอายุนั้น พลเอก อนุพงษ์ กล่าวว่า บัดนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แล้วเพื่อเป็นการแก้ไขอุปสรรคในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธ์ุ รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่รัฐมีนโยบายแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิ โดยได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎร์และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักพร้อมทั้งได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้ว ให้สามารถขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้เช่นเดียวกับคนต่างด้าวอื่นทั่วไป โดยปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้แปลงสัญชาติ ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ คุณสมบัติเรื่องการมีความประพฤติดี ตามมาตรา 10 วรรคสอง คุณสมบัติเรื่องการมีอาชีพเป็นหลักฐาน ตามมาตรา 10 วรรคสาม คุณสมบัติเรื่องการมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรต่อเนื่องจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีตามมาตรา 10 วรรคสี่ และคุณสมบัติเรื่องการมีความรู้ภาษาไทย มาตรา 10 วรรคห้า นอกจากนี้ได้กำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธ์รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ให้เร่งดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสัญชาติให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายและนโยบายรัฐ และห้ามไม่ให้มีการแสวงหา หรือเรียกรับผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนใดๆ จากการดำเนินการโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรแล้วยังทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและจริยธรรมที่ดีของเจ้าหน้าที่อีกด้วย สำหรับข้อมูลการปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอแปลงสัญชาติในประเด็นต่างๆ มีดังนี้ – คุณสมบัติเรื่องการมีความประพฤติดีตามมาตรา 10 […]

พระบรมราชโองการให้ “พระฌอนฯ” แปลงสัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษ

โปรดเกล้าฯเนื่องจากเป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย แตกฉานในพระธรรมคำสอน เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 63   ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นกรณีพิเศษ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระราชพัชรมานิต (พระฌอน ชิเวอร์ตัน ชยสาโร) สัญชาติอังกฤษ สถานพำนักสงฆ์ บ้านไร่ทอสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน เป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย แตกฉานในพระธรรมคำสอน มีบทบาทสำคัญในการ เผยแผ่ธรรมะทั้งในประเทศไทยและนานาชาติ กับเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติมาก่อน ถือเป็นผู้ทำคุณประโยชน์เป็นพิเศษต่อประเทศไทยและพระพุทธศาสนา และได้ทรงพระกรุณา โปรดพระราชทานสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชพัชรมานิต ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ประกอบกับพระราชพัชรมานิต (พระฌอน ชิเวอร์ตัน ชยสาโร) ได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาแปลงสัญชาติเป็นไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ พระราชพัชรมานิต (พระฌอน ชิเวอร์ตัน ชยสาโร) แปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม […]

แรงงานเมียนมาขอผู้ประกอบการต่ออายุเอกสารรับรองแสดงตัวบุคคล(CI) 31 มี.ค.นี้

แรงงานเมียนมา ขอผู้ประกอบการต่ออายุเอกสารรับรองแสดงตัวบุคคล(CI) ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 มี.ค.63 เปลี่ยนสถานะการจ้างแรงงานตาม ม.64 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ได้มีกลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งเป็นพนักงานของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่สอดบอร์เดอร์ (ผลิตหรือจำหน่ายเครื่องประดับ) ได้รวมตัวกันประมาณ 50 คน ณ บริเวณลานหน้า หจก.แม่สอด บอร์เดอร์ เพื่อเรียกร้องให้ผู้ประกอบการต่ออายุเอกสารรับรองแสดงตัวบุคคล(CI) ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยบริษัทจะมีการปรับสถานะการจ้างแรงงานต่างด้าวจากเดิมเป็นเอกสารบัตรผ่านแดน(Border Pass) ตาม ม.64 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยแรงงานเมียนมา ให้ข้อมูลว่าถ้าเป็นสถานะเดิมจะสามรถเดินทางได้ทั่วราชอาณาจักรและได้ใช้สิทธิประกันสังคม นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก ได้สั่งการให้นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.แม่สอด 3 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย จัดหางานจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ทหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4( […]

ให้ออก 5 ตำรวจแม่อายรีด 3 แสน สาวต่างด้าว-ไม่พกบัตรชมพู

ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ลงดาบเชือด 5 ตำรวจ สภ.แม่อาย รีดเงินสาวไร้สัญชาติเมียเจ้าของร้านอาหาร 3 แสนบาท สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมเร่งดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามกรอบเวลาที่ ตร.กำหนด เชื่อไม่นานความจริงจะปรากฏ ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ลั่นใครผิดฟันไม่เลี้ยง กรณีนายฐานะพล เสาวคนธ์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พา น.ส.พิมพ์ชนก ปทุม อายุ 22 ปี ภรรยา เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 5 นาย ที่จับกุม น.ส.พิมพ์ชนก ข้อหาไม่พกบัตรสีชมพูของคนไม่มีสัญชาติ ก่อนจะข่มขู่รีดเงิน 3 แสนบาทเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ความคืบหน้าตำรวจฉาวทั้ง 5 นายถูกคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว เมื่อวันที่ 12 มี.ค. พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เผยว่า ได้มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 153/2563 ลงวันที่ 11 […]

ครม.เห็นชอบเก็บตกบุคคลไร้สัญชาติไทย24,079ราย เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล

ครม.เห็นชอบเก็บตกบุคคลไร้สัญชาติไทยแต่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์อีก24,079ราย เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล ให้สธ.ทำแผนตั้งงบฯ61.8ล้าน อุ้มหัวละ2,567บาท เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอการให้สิทธิ์หรือการคืนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข และให้สิทธิเพิ่มเติม กับบุคลที่มีปัญหาสถานะที่ไม่ได้สัญชาติไทย แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ โดยสาระสำคัญเป็นการอนุมัติเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข ตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามสมควรที่จะได้รับการดูแลการรักษาพยาบาลจากรัฐ ซึ่งครั้งนี้มีการอนุมัติสิทธิ์ให้ทั้งสิ้น 24,079 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ตกหล่นจากมติ ครม.เดิมที่เคยอนุมัติเมื่อปี 2553 และ 2558 เป็นกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2499 – 2527 ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ มีปัญหาสุขภาพ และมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก โดยกลุ่มคนจำนวนดังกล่าวพบว่ามีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 3 กับ 4 จึงเห็นสมควรให้ สธ.จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่ง จำนวน 61,822,000 ล้านบาท โดยกำหนดกรอบวงเงินตามจำนวนผู้มีสิทธิ์ในอัตรางบฯ เหมาจ่ายรายหัวเท่ากับหลักสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติตามปีงบฯ 63 คือ จำนวนหัวละ 2,567 บาทต่อปีต่อราย จากนี้ทาง สธ.จะไปดำเนินการทำแผน […]

ยื่นหนังสือขอ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับเด็กนักเรียนไร้รัฐในสถานศึกษา

ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา สำนักงานฝาง และเครือข่าย เข้าพบนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) . เพื่อยื่นหนังสือและพูดคุยแนวทางพร้อมข้อเสนอในการแก้ปัญหา การให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข กับเด็กนักเรียนไร้รัฐ ในสถานศึกษา (เด็กติดG)ที่กระทรวงศึกษาธิการคัดกรองแล้วทั่วประเทศ ซึ่งในปีการศึกษา 2562 มีจำนวนนักเรียน G ทั่วประเทศทั้งหมด 78,897 คน

‘บิ๊กป๊อก’ ลั่นห้ามเรียกรับผลประโยชน์ให้บัตรปชช.ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องร้องเพลงชาติไทย

มท.ปรับปรุงแนวทางให้บัตรประชาชนผู้เฒ่าไร้สัญชาติ-กลุ่มชาติพันธุ์ “บิ๊กป๊อก”กำชับห้ามเรียกรับผลประโยชน์ “ครูแดง” ชื่นชม เผยหลักเกณฑ์ใหม่เปิดช่องให้ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องทดสอบร้องเพลงชาติไทย 20 ก.พ.63 – ฝ่ายประชาสัมพันธ์กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เผยแพร่ข่าวการปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือคนเฒ่าไร้สัญชาติ โดยอ้างถึงคำสัมภาษณ์ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า มท.ได้ดำเนินการปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แล้ว ทั้งนี้เพื่อแก้ไขอุปสรรคในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิโดยได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎร์และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมทั้งได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ให้สามารถขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้เช่นเดียวกับคนต่างด้าวอื่นทั่วไป โดยปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้แปลงสัญชาติ ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ คุณสมบัติเรื่องการมีความประพฤติดี ตามมาตรา 10 วรรคสอง คุณสมบัติเรื่องการมีอาชีพเป็นหลักฐาน ตามมาตรา 10 วรรคสาม คุณสมบัติเรื่องการมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรต่อเนื่องจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีตามมาตรา 10 วรรคสี่ และคุณสมบัติเรื่องการมีความรู้ภาษาไทย มาตรา 10 วรรคห้า พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธ์รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ให้เร่งดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสัญชาติให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายและนโยบายรัฐ […]

กมธ. ความมั่นคงรัฐฯ มุ่งให้สถานะบุคคล สัญชาติ 13,000 คนภายในปี 63

15 ม.ค. 63  พล.ท.พงศกร รอดชมภู ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ แถลงข่าวผลการประชุม กมธ. เพื่อพิจารณาเรื่องสถานการณ์ของบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยเชิญผู้แทนกรมการปกครองเข้าร่วมประชุม ซึ่งกรณีกลุ่มบุคคลบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ มีถิ่นอาศัยในประเทศไทย แต่ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมายส่งผลให้กลุ่มดังกล่าวมีสถานะบุคคลไม่ชัดเจน ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์ร่วมกับมหาวิทยาลัย กลุ่ม NGO และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ สำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย และการแก้ไขหรือยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมและการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ให้พัฒนาเป็นแรงงานที่สามารถเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยได้โดยการควบคุมของรัฐ ขณะเดียวกัน กมธ. จะดำเนินการเร่งรัด ผลักดันให้เกิดกระบวนการแก้ปัญหากลุ่มบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย เมื่อมีหลักฐานครบถ้วนได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารในการผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กมธ. จะเสนอโครงการดังกล่าวในช่วงเดือนเมษายน 2563 พร้อมกำหนดเป้าหมาย ภายในสิ้นปีนี้ (2563) จะดำเนินให้สถานะบุคคลและสัญชาติผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติให้ได้อย่างน้อย 13,000 คน ที่มา: ทีมข่าววิทยุรัฐสภา  https://prachatai.com/journal/2020/01/85935

วอนรัฐให้ ‘ของขวัญวันเด็ก’ กลุ่มเด็ก G ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน

องค์กรเครือข่ายด้านชาติพันธุ์และสถานะบุคคลฯ​ วอนรัฐให้ “ของขวัญวันเด็ก” กับกลุ่มเด็ก G นร.ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข ลดเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต สกัดโรคไร้พรมแดน เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะเจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่กิจกรรมนับเราด้วยคน เรียนรู้ด้วยใจก้าวไปพร้อมกัน ที่จ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย โดยร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. นายวิวัฒน์ ตามี่ มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ (พชช.) กล่าวว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2563 มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ องค์การแพลน อินเตอรเนชั่นแนล อิงค์ ประเทศไทย มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิแอ๊ดดร้าไทยแลนด์ มูลนิธิภิวัฒน์สาธารณสุขไทย เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ เครือข่ายโรงเรียนชายแดน ได้ร่วมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการเพิ่มกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิเข้าสู่กองทุนให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (เด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร […]

1 2 3 41
Copyright © 2018. All rights reserved.