article

คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง​“ลุงพรผีบ้า” ผู้เฒ่าไร้สัญชาติแห่งเชียงของ

ข้าพเจ้าเติบโตมาจนอายุ 30 กว่าปีก็เห็นลุงพรสภาพแบบนี้แล้ว ชายชราตัวเล็กๆ เดินตามถนนถือไม้แส้เพื่อป้องกันหมา เดินทางไปมาในหมู่บ้าน ขอข้าววัดบ้านคนรู้จักหรือข้าวในงานศพ งานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่ เนื่องจากแกอยู่ตัวคนเดียวในบ้านไม้เก่าหลังเล็ก บนที่ดินของตนเองที่พ่อแม่ทิ้งตกทอดเป็นมรดก ลุงพรผีบ้าจึงเป็นที่รู้จักของคนชุมชนบ้านห้วยซ้อ ซึ่งปัจจุบันบ้านห้วยซ้อได้แยกออกเป็น 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยซ้อเหนือหมู่ 1 บ้านห้วยซ้อใต้หมู่ 2 บ้านร้องหัวฝายหมู่ 12 บ้านชัยพัฒนาหมู่16 บ้านพัฒนารุ่งเรืองหมู่ 18 และบ้านเกษตรสมบูรณ์หมู่ 19 ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ลุงพร หรือนายพร ธรรมกอง เกิด พ.ศ. 2481 อายุ 82 ปี เป็นคนพิการ สติไม่สมประกอบ ไม่มีญาติพี่น้องเนื่องจากเสียชีวิตหมดแล้วเลยต้องอยู่ตัวคนเดียว แกไม่มีเอกสารใดๆ​ ​เลย อาศัยอยู่บ้านของตนเองซึ่งไม่มีเลขที่บ้าน โดยไฟฟ้าและน้ำประปาขอต่อพ่วงจากบ้านใกล้เรือนเคียง บางครั้งก็ถูกตัดน้ำตัดไฟบ้าง แล้วแต่คนข้างบ้านจะให้ใช้ บ้านลุงพรตั้งอยู่ที่บ้านร้องหัวฝาย หมู่ที่ 12 ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย บิดาชื่อนายตา […]

ครม.เห็นชอบเก็บตกบุคคลไร้สัญชาติไทย24,079ราย เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล

ครม.เห็นชอบเก็บตกบุคคลไร้สัญชาติไทยแต่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์อีก24,079ราย เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล ให้สธ.ทำแผนตั้งงบฯ61.8ล้าน อุ้มหัวละ2,567บาท เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอการให้สิทธิ์หรือการคืนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข และให้สิทธิเพิ่มเติม กับบุคลที่มีปัญหาสถานะที่ไม่ได้สัญชาติไทย แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ โดยสาระสำคัญเป็นการอนุมัติเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข ตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามสมควรที่จะได้รับการดูแลการรักษาพยาบาลจากรัฐ ซึ่งครั้งนี้มีการอนุมัติสิทธิ์ให้ทั้งสิ้น 24,079 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ตกหล่นจากมติ ครม.เดิมที่เคยอนุมัติเมื่อปี 2553 และ 2558 เป็นกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2499 – 2527 ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ มีปัญหาสุขภาพ และมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก โดยกลุ่มคนจำนวนดังกล่าวพบว่ามีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 3 กับ 4 จึงเห็นสมควรให้ สธ.จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่ง จำนวน 61,822,000 ล้านบาท โดยกำหนดกรอบวงเงินตามจำนวนผู้มีสิทธิ์ในอัตรางบฯ เหมาจ่ายรายหัวเท่ากับหลักสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติตามปีงบฯ 63 คือ จำนวนหัวละ 2,567 บาทต่อปีต่อราย จากนี้ทาง สธ.จะไปดำเนินการทำแผน […]

ยื่นหนังสือขอ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับเด็กนักเรียนไร้รัฐในสถานศึกษา

ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา สำนักงานฝาง และเครือข่าย เข้าพบนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) . เพื่อยื่นหนังสือและพูดคุยแนวทางพร้อมข้อเสนอในการแก้ปัญหา การให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข กับเด็กนักเรียนไร้รัฐ ในสถานศึกษา (เด็กติดG)ที่กระทรวงศึกษาธิการคัดกรองแล้วทั่วประเทศ ซึ่งในปีการศึกษา 2562 มีจำนวนนักเรียน G ทั่วประเทศทั้งหมด 78,897 คน

‘บิ๊กป๊อก’ ลั่นห้ามเรียกรับผลประโยชน์ให้บัตรปชช.ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องร้องเพลงชาติไทย

มท.ปรับปรุงแนวทางให้บัตรประชาชนผู้เฒ่าไร้สัญชาติ-กลุ่มชาติพันธุ์ “บิ๊กป๊อก”กำชับห้ามเรียกรับผลประโยชน์ “ครูแดง” ชื่นชม เผยหลักเกณฑ์ใหม่เปิดช่องให้ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องทดสอบร้องเพลงชาติไทย 20 ก.พ.63 – ฝ่ายประชาสัมพันธ์กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เผยแพร่ข่าวการปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือคนเฒ่าไร้สัญชาติ โดยอ้างถึงคำสัมภาษณ์ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า มท.ได้ดำเนินการปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แล้ว ทั้งนี้เพื่อแก้ไขอุปสรรคในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิโดยได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎร์และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมทั้งได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ให้สามารถขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้เช่นเดียวกับคนต่างด้าวอื่นทั่วไป โดยปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้แปลงสัญชาติ ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ คุณสมบัติเรื่องการมีความประพฤติดี ตามมาตรา 10 วรรคสอง คุณสมบัติเรื่องการมีอาชีพเป็นหลักฐาน ตามมาตรา 10 วรรคสาม คุณสมบัติเรื่องการมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรต่อเนื่องจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีตามมาตรา 10 วรรคสี่ และคุณสมบัติเรื่องการมีความรู้ภาษาไทย มาตรา 10 วรรคห้า พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธ์รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ให้เร่งดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสัญชาติให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายและนโยบายรัฐ […]

วอนรัฐให้ ‘ของขวัญวันเด็ก’ กลุ่มเด็ก G ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน

องค์กรเครือข่ายด้านชาติพันธุ์และสถานะบุคคลฯ​ วอนรัฐให้ “ของขวัญวันเด็ก” กับกลุ่มเด็ก G นร.ไร้สัญชาติกว่า 9 หมื่นคน เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข ลดเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต สกัดโรคไร้พรมแดน เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะเจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่กิจกรรมนับเราด้วยคน เรียนรู้ด้วยใจก้าวไปพร้อมกัน ที่จ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย โดยร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. นายวิวัฒน์ ตามี่ มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ (พชช.) กล่าวว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2563 มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ องค์การแพลน อินเตอรเนชั่นแนล อิงค์ ประเทศไทย มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิแอ๊ดดร้าไทยแลนด์ มูลนิธิภิวัฒน์สาธารณสุขไทย เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ เครือข่ายโรงเรียนชายแดน ได้ร่วมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการเพิ่มกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิเข้าสู่กองทุนให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (เด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร […]

ศอ.บต.แก้ปัญหา “คนไร้สัญชาติ” ชายแดนใต้

ปชช.ไร้สัญชาติ จชต. กว่า 300 คน เข้ารับการตรวจ DNA เพื่อแสดงการมีตัวตนในทะเบียนราษฎร์ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีการจัดกิจกรรมตรวจสารพันธุกรรม DNA บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์จังหวัดชายแดนภาคใต้  ในโครงการตรวจสารพันธุกรรม DNA และอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาคนด้อยโอกาสและขาดโอกาสทางสังคม และเพื่อให้การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย ให้มีบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมความสัมพันธ์ทางสายโลหิต โดยมีพลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธาน  ซึ่งมีประชาชนเข้ารับบริการกว่า 300 คน พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต กล่าวว่า นโยบายหรือโครงการใดก็ตามที่รัฐบาลและศอ.บต. ดำเนินการขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาที่ทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ซึ่งไม่ว่าจะปัญหาเรื่องใดก็ตามเราก็สามารถแก้ไขได้ ยกเว้นปัญหาการไม่มีตัวตน ไม่มีบัตร ไม่มีสิ่งใดที่แสดงว่า เป็นพลเมืองของชาติใดในโลกของพี่น้อง จึงไม่มีสิทธิในการเข้ารับบริการ และสิทธิประโยชน์ใดๆที่พึงควรได้รับ โครงการตรวจสารพันธุกรรม DNA จึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อกำเนิดชีวิตใหม่แก่พี่น้องที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตั้งแต่ปี 2560 […]

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติทั่วปท.เฮ! ใช้พยานที่น่าเชื่อถือ-ทำประชาคมหมู่บ้านยืนยันเกิดในไทยแทนได้

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติทั่วประเทศเฮ กรมการปกครองส่งหนังสือเวียนถึงผวจ.ย้ำระเบียบแก้ปัญหา ระบุหากหาหลักฐานเดิมไม่ได้ ใช้พยานที่น่าเชื่อถือ-ทำประชาคมหมู่บ้านแทนได้ นักกฎหมายชี้สร้างประสิทธิภาพและความทันสมัยให้ระเบียบ43 แนะสั่งการเพิ่มอีก 2 กรณี วันที่17 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้กรมการปกครองได้ส่งหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องแนวทางการปฏิบัติในการพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์อาข่าและชนเผ่าอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ว่าได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 50 ปี และได้ยื่นเอกสารขอแปลงสัญชาติแต่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งในข้อเท็จจริงบางรายสามารถแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติได้ด้วยระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พศ. 2543 (หรือ ระเบียบ 43) ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ขอให้จังหวัดแจ้งอำเภอ ปฏิบัติดังนี้ 1.การลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 ผู้ยื่นคำร้องต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นชาวเขา 9 เผ่า ได้แก่ กะเหรี่ยง ม้งหรือแม้ว เมี่ยนหรือเย้า/อิวเมี่ยน อาข่าหรืออีก้อ ลาหู่หรือมูเซอ ลัวะหรือละเวือะ/ละว้า/ถิ่น/มัล/ปรัย /ขมุ และมลาบรีหรือคนตองเหลือง หรือ (2) เป็นบุคคลบนพื้นที่สูงที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติ (3) มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ […]

“หม่อง ทองดี” ขอโอกาส 2 เด็กไร้สัญชาติ ไปญี่ปุ่นทำตามฝัน

นายหม่อง ทองดี อดีตเยาวชนไร้สัญชาติ เจ้าของแชมป์เครื่องบินกระดาษพับ ในฐานะผู้จัดทำโครงการโรงเรียนสีขาว เพื่อพี่น้องคนไร้สัญชาติ ขอโอกาสให้กับเยาวชน 2 คน จาก จ.เชียงใหม่ สามารถคว้ารางวัลความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ดีเด่น สิ่งประดิษฐ์รักษ์โลก โครงการพลังเล็กเปลี่ยนโลกปี 7 อสมท. และ ปตท.จัดขึ้น โดยรางวัลปีนี้ จะพาเด็ก-เยาวชนเดินทางไปศึกษาดูงาน ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เพราะมีเด็กถือบัตรไร้สัญชาติ ทำให้ติดปัญหาเรื่องขอเอกสารเดินทางคนต่างด้าว (Travel Document for Aliens -TD) เพื่อเดินทางออกนอกประเทศ สำหรับเยาวชนที่พบปัญหา มี 2 คนด้วยกัน คือ น.ส.คำพร ติยะ ร.ร.บ้านบ่อแก้ว อ.สะเมิง จ. เชียงใหม่ และ ด.ญ.ญาหยี แซ่ฉี่ ร.ร.บ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทั้ง 2 คนจะต้องเดินทางวันที่ 5 – 9 ต.ค.2562 นี้ […]

ตัวตนที่ไร้คนมองเห็น

ในพื้นที่หลายร้อยไร่รายรอบศูนย์การเรียนที่เต็มไปด้วยไร่ส้มทั้งด้านซ้ายขวาหน้าหลัง เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ก็เข้ามาอาศัยพักพิงอยู่ในไร่ส้มเด็กกลุ่มนี้เป็นผู้ติดตามพ่อและแม่เข้ามาทำงานในประเทศไทยในพื้นที่ไร่ส้มซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  มีหลายครอบครัวที่เข้ามาทำงานอยู่ในไร่ส้มบางก็มีเอกสารแสดงตนและเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่อพยพเข้ามาโดยที่มีเอกสารใด ๆ เลย ทำให้ถูกจำกัดพื้นที่และต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ้อน ๆ เด็กนักเรียนในศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ส่วนมากจึงเป็นเด็กที่ยังไร้ซึ้งเอกสารรับรองตัวตนและ เป็นบุคคลที่ไม่เลข 13 หลัก ไม่มีหลักประกัน สุขภาพ  ไม่มีสิทธิการเดินทาง  และความเป็นอยู่ก็ค่อนข้างลำบาก  และหากเด็กกลุ่มนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาหรือทำให้เข้าสู้กระบวนการพัฒนาสถานะบุคคล ให้มีเลข 13 หลัก อย่างน้อยก็จะทำให้พวกเขามีตัวตนขี้นมาไม่ต้องอยู่อย่างคนไร้ตัวตน ไร้รัฐ ไร้สัญชาติต่อ ไป โดย ทีมงานสถานะบุคคล มูลนิธิกระจกเงา 

เด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ชีวิตที่ไร้หลักประกัน

เด็กชายศรี และพี่น้องรวม 4 คน เป็นกลุ่มลูกแรงงานเคลื่อนย้ายข้ามชาติที่เคลื่อนย้ายถิ่นฐาน จากรัฐฉาน พม่า ติดตามครอบครัวเข้ามาในประเทศไทย และเข้ารับการศึกษาที่ #ศูนย์การรียนไร่ส้มวิทยา พร้อมน้อง ๆ อีกสองคน พ่อแม่เคลื่อนย้ายข้ามแดนมาขายแรงงานในภาคการเกษตรในพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ศรีและพี่น้องไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคใด ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคมักเสี่ยงเป็นโรค และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสียชีวิตมากที่สุด วันนี้ศรีป่วยด้วยโรคหัด ซึ่งจัดเป็นโรคติดต่อที่มีโอกาสติดเชื้อได้สูง และต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการผื่นขึ้นและเป็นไข้ร่วมด้วย ทว่าแนวทางการรักษาพยาบาลที่มีตั้งหลักเกณฑ์ ตั้งเงื่อนไขสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ยังไร้รัฐไร้สัญชาติ มันเป็นเงื่อนไขที่ผู้ป่วยและผู้ปกครองต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอม ผู้ป่วยที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ ต้องวางเงินมัดจำสำหรับค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล จำนวน 5,000 บาท ซึ่งหากผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวเพียง 3 คืนจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่สามพันบาท ไม่รวมค่ายา และทางโรงพยาบาลจะคืนเงินส่วนที่เหลือ แต่หากนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป ผู้ปกครองก็ต้องชำระค่ารักษาพยาบาลตามจำนวนวันที่เข้ารับรักษาพยาบาล และนั้นยังไม่รวมค่ายา เด็กชายศรี ผู้ไม่มีหลักประกันสุขภาพเมื่อเข้ารับการรักษายังประสบปัญหาการปฏิบัติที่แตกต่าง คือถูกเรียกค่ารักษาที่แพงกว่าและนี่คือปัญหาการเข้าถึงสิทธิในการรับการรักษาพยาบาลของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ หรือไร้สถานะในประเทศไทยเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ทั้งที่จริงแล้วปัญหาเหล่านี้ถือเป็นความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข รัฐไทยจำเป็นต้องยื่นมือเข้ามาจัดการช่วยเหลือให้คนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน สำหรับคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่มีทั้งผู้มีเลขและไม่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน สิทธิที่จะได้รับก็จะแตกต่างกัน การแบ่งกลุ่มคนไร้รัฐในที่นี้มี 3 ประเภท […]

1 2 3 4 12
Copyright © 2018. All rights reserved.